ระบบไหนดี?

    แต่ละผู้จัดการทีมที่คุมทีมในลีกต่างๆ ก็ต้องมีระบบที่เป็นระบบหลักที่จะใช้ในแต่ละฤดูกาล หรืออาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง หากมีการย้ายทีมที่คุมไปยังลีกต่างๆ เพื่อให้เข้ากับวิธีการเล่นของแต่ละลีกนั้น แต่ดูเหมือนว่าอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนของอาร์เซน่อล ยังจะหาระบบที่ลงตัวของทีมไม่ได้เลย ซึ่งพรีเมียร์ลีกกำลังจะเปิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วด้วย ซึ่งในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา อดีตกุนซือเซบีญ่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงรายนี้เปลี่ยนระบบการเล่นมาเกือบตลอดทุกนัด ซึ่งตอนแรกเหมือนว่าเขาจะยืดระบบ 4-2-3-1 เป็นระบบหลัก เนื่องจากใช้ในช่วงอุ่นเครื่อง 2-3 นัดแรกติดต่อกันมา แต่หลังจากนั้นเหมือนจะเห็นว่าไม่ค่อยลงตัว จึงเริ่มมาลองระบบใหม่คือ 4-3-2-1 หรือ 4-3-3 นั่นเอง โดยมีเฮนริค มคิทาร์ยาน และเมซุต โอซิลขนาบข้างกองหน้าตัวเป้าซี่งฤดูกาลนี้น่าจะเป็นปิแอร์ อเมริค โอบาเมยังที่น่าจะได้โอกาสลงเป็นตัวจริงก่อนในฤดูกาลนี้ และนัดล่าสุดที่พวกเขาอุ่นเครื่องเอาชนะลาซิโอไปได้ 2-0 อูไน อเมรี่ ก็เปลี่ยนมาเป็นระบบ 4-4-2 อีก เพื่อทดสอบวิธีการขึ้นเกม และวิธีการตั้งรับของทีมด้วยว่าระบบไหนเหมาะสมที่สุดของพวกเขา กับตัวนักเตะที่เขามีด้วย ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบได้ว่าในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาจะพบกับแมนเชสเตอ์ ซิตี้ อาร์เซน่อลในยุคใหม่นี้จะมาไม้ไหนกันแน่ ซึ่งถือว่าน่าติดตามทีเดียว หากย้อนไปดูระบบการเล่นในทีมที่อูไน อเมรี่คุมแล้ว เขาจะใช้ระบบกองหลัง 4 คนอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนระบบจากปีที่แล้วของอาร์เซน่อล […]

ทำไมไม่เปลี่ยน

            เกิดความสงสัยในหมู่แฟนบอลของอาร์เซน่อลมากเลยทีเดียวว่าทำไมอูไน อเมรี่ถึงยังใช้ปีเตอร์ เช็ก นายประตูจอมเก๋าเป็นมือ 1 เฝ้าเสาในนัดแรกของฤดูกาลที่พวกเขาพบกับแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งๆ ที่อาร์เซน่อลก็ไปซื้อตัวแบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมในเยอรมันมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 22.5 ล้านปอนด์ และถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แต่กุนซือหนุ่มคนใหม่ของทีมกลับยังเลือกใช้นายด่านจอมเก๋าวัย 36 ปีเป็นตัวจริงในนัดแรกอย่างเป็นทางการของทีมอยู่ แล้วให้ผู้รักษาประตูค่าตัวแพงนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองแทน ซึ่งก็มีหลายความเห็นจากแฟนอาร์เซน่อลมากมาย และต่างๆ กันไป แต่ในนัดที่พวกเขาแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ก็ถือว่าปีเตอร์ เช็กทำผลงานเซฟประตูช่วยทีมได้เยอะทีเดียว โดยเฉพาะเซฟลูกหลุดเดี่ยวของเซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่าของทีมเยือนได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย ทำให้สกอร์ตอนนั้นยังอยู่ที่ 0-1 แต่สุดท้ายก็ต้องมาเสียลูกที่ 2 ให้กับทีมเยือนในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งแฟนอาร์เซน่อลบางคนก็มีความคิดว่าหากวันนั้นไม่ได้ปีเตอร์ เช็กเฝ้าเสา พวกเขาอาจจะพ่ายแพ้ให้กับทีม “เรือใบสีฟ้า” มากกว่านี้ก็ได้ อันที่จริงจังหวะการเซฟประตูของอดีตนักเตะของเชลซีรายนี้ยังคงยอดเยี่ยมอยู่ แต่ก็ถือว่าเขามีจังหวะผิดพลาดเหมือนกันในช่วงครึ่งแรก เมื่อเขาได้บอลจากการที่เพื่อนส่งคืนหลัง แล้วจะเตะเปิดเกมออกมา แต่บอลดันปลิ้นเกือบเข้าประตูตัวเองด้วยซ้ำ ดีที่เฉียดเสาออกไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นจังหวะผิดพลาดที่เข้าตาทีเดียว และอาจจะมีน้ำหนักพอให้อูไน อเมรี่ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งมือ […]

แบ็คซ้ายที่หายไป

    มีปัญหาที่ทำให้อูไน อเมรี่ กุนซือคนใหม่ของทางอาร์เซน่อลต้องปวดหัว และหาทางแก้ปัญหาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลเลยทีเดียว เนื่องจากว่าตอนนี้ทีม “ปืนใหญ่” กำลังประสบปัญหากับการที่ไม่มีแบ็คซ้ายอาชีพพร้อมใช้งานในช่วงต้นฤดูกาลนี้เลย เนื่องจากในช่วงของการพรีซีซั่นที่ผ่านมา พวกเขาต้องมาเสียเซอาด โคลาซินัช แบ็คซ้ายทีมชาติบอสเนียที่ได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่อง และต้องพักไปถึงเดือนตุลาคมเลยทีเดียว ส่วนนาโช่ มอนเรอัล แบ็คซ้ายชาวสเปนก็ยังไม่พร้อมลงสนามช่วยทีม ทำให้ในนัดแรกของฤดูกาล อดีตกุนซือของเซบีญ่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาไอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์ ไนลส์ กองกลางดาวรุ่งขยับลงมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายจำเป็นแทน ซึ่งก็ถือว่าประครองตัวไปได้ ไม่ได้มีจังหวะพลาดเสียหาย และไม่ได้มีจังหวะที่เล่นได้โดดเด่นแต่อย่างใด แต่สุดท้ายดาวรรุ่งวัย 20 ปีกลับมาได้รับบาดเจ็บจากการเบียดปะทะกับไคลย์ วอร์คเกอร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ และทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป ทำให้อูไน อเมรี่ต้องส่งสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ แบ็คขวาตัวเก๋าชาวสวิตเซอร์แลนด์ลงมายืนเป็นแบ็คซ้ายแทน ซึ่งตลอดอาชีพของดาวเตะกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์ลนด์รายนี้เคยเล่นแต่ริมเส้นด้านขวาเท่านั้น แต่ด้วยสถานการณ์ที่บังคับเขาก็ยังทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว ปัญหาต่อจากนี้ก็คืออูไน อเมรี่คงต้องจับเอาสเตฟาน ลีชสไตเนอร์มายืนเป็นแบ็คซ้ายชั่วคราวไปก่อน จนกว่าที่นาโช่ มอนเรอัล หรือเซอาด โคลาซินาช แบ็คซ้ายทั้ง 2 คนของทีมจะกลับมาช่วยทีมได้ ซึ่งมันทำให้เกมการเล่นของอาร์เซน่อลขาดความสมดุลย์ไปด้วย เนื่องจากการเติมเกมของลีชสไตเนอร์ทางฝั่งซ้ายจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ใช่ทางที่ถนัดของเขา ซึ่งเวลาจะเปิดบอลก็จะต้องล็อกกลับมาใช้เท้าขวาเช่นเดิม […]

มีแวว

    ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพให้กับกุนซือคนใหม่อย่างอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสแปนิชเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น โดยมีทางแบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ลูคัส ตอร์ไรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยจากซามพ์โดเรีย โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กองหลังร่างใหญ่ทีมชาติกรีซของโบรุเซีย ดอร์ตมุนด์ และคนสุดท้ายซึ่งมีราคาค่างวดถูกที่สุดก็คือมัตเตโอ เก็นดูซี่ กองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสวัย 19 ปีที่อาร์เซน่อลไปซื้อมาจากลอริยองต์ ทีมในลีกของฝรั่งเศสด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากสำหรับการซื้อขายนักเตะกันในสมัยนี้ และยิ่งเป็นทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อลด้วยแล้วทำให้แฟนๆ ของทีม “เดอะ กันเนอร์ส” จะหวังอะไรได้มากกับนักเตะราคา 7 ล้านปอนด์ในยุคนี้ ซึ่งเหมือนว่าจะซื้อมาเป็นอะไหล่เท่านั้น แต่ปรากฏว่าทั้งในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา รวมถึงนัดแรกที่เล่นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วย ปรากฏว่ากองกลางหัวฟูรายนี้กลับทำผลงานได้ดีจนน่าตกใจเลยทีเดียว และดูมีแววว่าจะเป้นนักเตะของดีราคาถูกเสียด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีบางหวังจะที่ผิดพลาดไปบ้าง อย่างเช่นในจังหวะที่เล่นกับทีมแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีกที่เขาไปเตะสกัดพลาดจนทำให้เซร์คิโอ อเกวโร่หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง ซึ่งก็ยิงไม่ผ่านมือของปีเตอร์ เช็กด้วย รวมถึงจังหวะแรกที่ทีมเสียประตูให้ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ถ้าดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้มีประสบการณ์ที่มากกว่านี้ก็น่าจะเข้าไปบีบให้สเตอร์ลิ่งยิงได้ยากกว่านี้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เขาต้องเติมเต็ม แต่นอกเหนือจากนี้ถือว่าเจ้าหนูมัตเตโอ เก็นดูซี่ทำผลงานได้ดีมาก […]

แรมซี่ย์เหมือนส่วนเกิน

    หลังจากที่ย้ายมาสู่ถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมเมื่อปี 2008 ซึ่งตอนนั้นอาร์เซน่อลปาดหน้าคว้าตัวอารอน แรมซี่ย์มาได้สำเร็จ ซึ่งตอนนั้นมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันที่ให้ความสนใจนักเตะรายนี้อยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้นในสมัยที่ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิป และหลังจากนั้นมาเขาก็เติบโตขึ้นมากับทางอาร์เซน่อล ซึ่งมีช่วงที่ไม่ดีของเขาด้วย แต่ระยะหลังเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้อยางเต็มภาคภูมิกับทีมของอาร์เซน เวเนกอร์ ที่จะมีเขาเป็นตัวเลือกลำดับแรกอย่างแน่นอนในแดนกลางของอาร์เซน่อล หากเขาฟิตพร้อมลงสนาม แต่ด้วยตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือคนใหม่ชาวสเปนแล้ว ทำให้สถานการณ์และสิทธิพิเศษที่อารอน แรมซี่ย์เคยได้เหมือนว่ามันจะเปลี่ยนไป เมื่อตอนนี้เขาดูเหมือนส่วนเกินในแผงกองกลางของอาร์เซน่อลในยุคของอเมรี่ไปแล้ว ซึ่งเห็นได้จากนัดที่ทีม “ปืนใหญ่” เปิดรังเอมิเรต สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรูปเกมเป็นไปแบบที่ทีมเจ้าบ้านครองบอลสู้ผู้มาเยือนไม่ได้เลย ทำให้ครึ่งเวลาหลัง กุนซือคนใหม่วัย 46 ปีเลือกที่จะเปลี่ยนตัว รวมถึงเปลี่ยนแผนการเล่นด้วย โดยการส่งอเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสลงมาแทนอารอน แรมซี่ย์ ทั้งๆ ที่กองกลางในสนามตอนนั้นมีทั้งกรานิค ชาก้า กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และมัตเตโอ เก็นดูซี่ กองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่พึ่งไปซื้อตัวมาจากทีมในฝรั่งเศส แต่อูไน อเมรี่เลือกที่จะเปลี่ยนเอาอารอน แรมซี่ย์ออกมา และเลือกที่จะเติมเกมรุกลงไปแทน ซึ่งว่ากันตามตำแหน่งแดนกลางของอาร์เซน่อล […]

โปรแกรมที่โชคร้าย

    ในแต่ละฤดูกาลศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษจะมีการแจ้งโปรแกรมการแข่งขันล่วงหน้าของฤดูกาลต่อไปในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเกือบ 2 เดือนด้วยกัน โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจับคู่ทำโปรแกรมการแข่งขันออกมาทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งในฤดูกาลนี้โปรแกรมการแข่งขันเหมือนว่าจะทำร้ายอาร์เซน่อลมากเลยทีเดียว เนื่องจาก 5 นัดแรกของพวกเขาต้องเจอกับทีมในกลุ่มบิ๊ก 6 ถึง 2 ทีมด้วยกัน นั่นคือนัดเปิดสนามที่พวกเขาต้องเล่นในเอมิเรต สเตเดี้ยมพบกับแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนนัดที่ 2 ก็ต้องออกไปเยือนสแตนฟอร์ด บริดจ์ของเชลซีอีก ซึ่งถือว่าคอมพิวเตอร์ของเอฟเอจัดโปรแกรมได้ทำร้ายทีม “ปืนใหญ่” เป็นอย่างยิ่ง ส่วน 3 นัดต่อมาก็คือต้องเล่นในบ้านทำศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่เสริมทัพได้ดีอีก ส่วนนัดที่ 4 และ 5 คือการต้องออกไปเยือนคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และนิวคาสเซิ่ล ยูไนแต็ด ซึ่งก็ถือว่าเริ่มเบาลงในช่วง 2 นัดหลังสุด แต่ว่า 3 นัดแรกนั้นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากของแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” อย่างแน่นอน หลังจากที่ต้องเห็นโปรแกรมในช่วงต้นฤดูกาลแล้ว ก็ต้องมาลุ้นกันอีกเนื่องจากอาร์เซน่อลมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งกุนซือจากอาร์เซน เวนเกอร์มาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนด้วย […]

ลงได้คนเดียว

    มีความเป็นไปได้สูงมากแล้วที่ฤดูกาลนี้อูไน อเมรี่ กุนซือคนใหม่ของอาร์เซน่อลจะใช้ระบบการเล่นที่มีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นระบบ 4-2-3-1 หรือจะเป็นระบบ 4-3-3 ก็ตาม เขาจะเลือกใช้ปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าทีมชาติกาบ็องที่ย้ายมาจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ หรืออเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในแต่ละนัด ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงมากมายว่าใครจะได้เป็นตัวยืนเพียงหนึ่งเดียวในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมในฤดูกาลนี้ อูไน อเมรี่ มีแผนประจำตัวที่เขาใช้ในตอนที่คุมทีมเซบีญ่า หรือกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็คือระบบ 4-3-3 และอาจจะมีระบบ 4-2-3-1 บ้างในบางโอกาส ซึ่งแผนการเล่นเหล่านี้จะใช้กองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้น อย่างเมื่อฤดูกาลที่แล้วกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง กุนซือวัย 46 ปีก็ใช้เอดินสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และขนาบข้างด้วยดาวเตะระดับพระกาฬอย่างเนย์มาร์ และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งอเมรี่ก็เตรียมจะนำระบบนี้มาใช้กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ เนื่องจากทรัพยากร หรือนักเตะภายในทีมที่เขามีก็มีความเหมาะสมกับระบบนี้ด้วย เนื่องจากตำแหน่งหน้าขวามีทางเฮนริค มคิทาร์ยาน ตัวรุกทีมชาติอาร์เมเนียที่สามารถมาเล่นได้ และทางซ้ายน่าจะเป็นอเล็ก อิโวบี้ ตัวรุกทีมชาติไนจีเรีย ซึ่งก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียวสำหรับระบบนี้ อันที่จริงอาจจะมีแฟนบอลทีม “ปืนใหญ่” อาจจะท้วงว่าทำไมไม่ใช้ระบบกองหน้า […]

11 ตัวจริง

    การเปลี่ยนกุนซือใหม่ของอาร์เซน่อล ทำให้ระบบการเล่น และตัวนักเตะที่ได้เป็นตัวจริงจากในยุคของอาร์เซน เวนเกอร์ จะต้องมาลุ้นกันใหม่ในฤดูกาลนี้ว่าจะยังได้เป็นตัวจริงหรือไม่ในยุคของกุนซือชาวสแปนิชอย่างอูไน อเมรี่ ซึ่งคาดว่าฤดูกาลที่จะถึงนี้เขาจะใช้ระบบ 4-2-3-1 กับทางทีม “ปืนใหญ่” และนี่เป็น 11 ตัวจริงที่คาดว่ากุนซือวัย 46 ปีจะใช้ในฤดูกาล ผู้รักษาประตู แบรนด์ เลโน่ นาย ซื้อนายประตูจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นรายนี้มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์ก็คงจะไม่ได้ให้มานั่งเป็ตัวสำรองแน่ ถึงแม้ว่าจะมีปีเตอร์ เช็กอยู่ในทีมก็ตาม และอดีตนายประตูจะยังได้ลงตัวจริงในช่วงเกมอุ่นเครื่อง แต่พอเริ่มฤดูกาลแล้วคงจะให้นายด่านวัย 26 ปีเป็นตัวจริง แบ็คขวา เฮ็คตอร์ เบเญริน แบ็คขวาอดีตทีมชาติสเปน ยืดตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะมีสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ ดาวเตะตัวเก๋าอยู่ในทีมด้วยก็ตาม แต่คาดว่าน่าจะเอามาลงสลับกันในบางเกมมากกว่า ปราการหลัง สโคดราน มุสตาฟี่ ปราการหลังอดีตทีมชาติเยอรมันน่าจะได้ลงเป็นตัวจริงก่อนในช่วงแรก ห่างฟอร์มไม่ดี อาจจะมีการเปลี่ยนในภายหลัง ปราการหลัง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ปราการหลังทีมชาติกรีซที่ซื้อมาจากดอร์ตมุนด์ ที่มีรูปร่างสูงใหญ่น่าจะได้เป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้ อยู่ที่ว่าจะได้จับคู่กับใครเท่านั้น แบ็คซ้าย นาโช่ มอนเรอัล […]

นักเตะที่ได้เลื่อนยศ

     การมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีม มักไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ตัวกุนซือเท่านั้น แต่มันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างของสโมสร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือตำแหน่งกัปตันทีมที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ หากว่าเจ้านายคนใหม่เห็นว่ามีนักเตะคนอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่าคนที่สวมปลอกแขนคนเดิม ซึ่งอูไน อเมรี่ กุนซือของอาร์เซน่อลที่เข้ามารับงานใหม่ก็ยังไม่ได้จะมีการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ ซึ่งกัปตันคนก่อนของอาร์เซน่อลคือโลร็องต์ กอสเซียนี่ ปราการหลังตัวชาวฝรั่งเศสที่ตอนนี้ยังเจ็บอยู่ และมักจะเจ็บบ่อยๆ ซึ่งอันที่จริงกัปตันทีมตัวจริงก่อนหน้านี้คือแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ปราการหัลงชาวเยอรมันที่ประกาศเลิกเล่น และมาเป็นสต๊าฟฟ์โค๊ชในทีมของอูไน อเมรี่แล้ว ทำให้กุนซือวัย 46 ปีต้องหากัปตันทีมลำดับถัดๆ ไปไว้สแตนด์บายในกรณีที่กอสเซียนี่บาดเจ็บจนลงสนามไม่ได้ ทำให้กัปตันทีมต้องเปลี่ยนมือ โดยอดีตกุนซือของเซบีญ่าได้เตรียมมอบยศตำแหน่งกัปตันทีมให้กับนักเตะคนอื่นๆ ในทีมบ้างแล้ว โดยเขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมที่อุ่นเครื่องเอาชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมงได้อย่างสวยหรู 5-1 ว่าเขาเตรียมจะเลือกให้ปลอกแขนกัปตันทีมกับ 5 นักเตะในช่วงพรีซีซั่นนี้เพื่อทดสอบสภาวะผู้นำของนักเตะด้วย โดยเมซุต โอซิลได้โอกาสไปแล้วในนัดที่เอาชนะทีมดังจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส และอูไน อเมรี่ค่อนข้างพอใจมากทีเดียว โดยปีเตอร์ เช็ก และแอรอน แรมซี่ย์ก็ได้โอกาสเป็นกัปตันทีมไปแล้วในนัดก่อนหน้านี้ และกุนซือที่เคยพาเซบีญ่าเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีกมาแล้ว 3 สมัยซ้อน ยังต้องการหานักเตะอีก 1 หรือ 2 คนที่จะลองมาเป็นกัปตันทีมในนัดอุ่นเครื่องที่เหลือของทีม แล้วถึงค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเลือกใครเป็นกัปตันทีมตัวจริงในฤดูกาลนี้ ซึ่งคงจะได้ทราบผลกันในนัดเปิดสนามที่เอมิเรต สเตเดี้ยม ที่อาร์เซน่อลจะต้องต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ […]

ดีกับอาร์เซน่อล

     เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตระดับประเทศเลยทีเดียวสำหรับกรณีของเมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์อดีตทีมชาติเยอรมันที่ออกมาประกาศอำลาการเล่นให้กับทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจบศึกฟุตบอลโลกมาไม่นาน โดยเขาได้ทำการโพสต์จดหมายลงแอคเคาต์อินสตาแกรมส่วนตัวของเขาถึงความลำบากในเรื่องของการโดนเหยียดเชื้อชาติจากแฟนบอลทีมชาติเยอรมัน และเหมือนกลายเป็นแพะรับบาปกับการที่แชมป์เก่าฟุตบอลโลกต้องตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ทำให้เขาประกาศรีไทร์การเล่นให้กับทีมชาติไปแล้ว ซึ่งหากมองข้ามประเด็นเรื่องดราม่าต่างๆ ไป ผลประโยชน์ในการเลิกเล่นทีมชาติของเพลย์เมคเกอร์รายนี้จะตกอยู่กับอาร์เซน่อล ต้นสังกัดปัจจุบันของเขานั่นเอง เนื่องจากด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เขาไม่ได้ฟิตเหมือนสมัยหนุ่มๆ และเขาจะได้พักมากขึ้นทันทีในช่วงที่มีพักเบรคทีมชาติในช่วงวันฟีฟ่า เดย์ต่างๆ ซึ่งเขาจะได้พักประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้งเลยทีเดียว และยังทำให้ดาวเตะวัย 29 ปีจะได้ตั้งเป้ากับการทำผลงานให้ดีกับสโมสรอย่างเดียวด้วย ไม่ต้องไปพะวงกับการกลัวว่าจะไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอีกแล้ว ในส่วนของการลงเล่นให้กับสโมสร ฤดูกาลนี้เมซุต โอซิลจะต้องมาปรับบทบาทการเล่นของเขาใหม่อีกครั้ง จากการเข้ามาคุมทีมของอูไน อเมรี่ กุนซือวัย 46 ปีที่มีข่าวว่าเขาอยากร่วมงานกับโอซิลมาตั้งนานแล้วด้วย ทำให้เขาน่าจะปรับจูนกับกุนซือคนใหม่ได้ไม่ยาก หลังจากฤดูกาลที่แล้วเขาเริ่มเป๋ออกนอกทะเลไปบ้างในก่อนที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาฉบับสุดท้ายของเขาในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมแล้วด้วย เพราะหากถึงตอนนั้นเขาจะอายุประมาณ 32 ปีเลยทีเดียว ซึ่งสัญญาฉบับนี้เขาได้ทะลายกำแพงค่าเหนื่อยของอาร์เซน่อลลงอย่างราบคาบ โดยได้รับถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว และมากเป็นอันต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกด้วย ฤดูกาลนี้เมซุต โอซิลจะเปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข 10 แทนที่แจ็ค วิลเชียร์ที่ย้ายออกจากทีมไป หลังจากเขาใส่หมายเลข 11 มาโดยตลอดตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งที่ถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม และจะยังไปได้เป็นหัวใจสำคัญในยุคของอูไน […]