เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตระดับประเทศเลยทีเดียวสำหรับกรณีของเมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์อดีตทีมชาติเยอรมันที่ออกมาประกาศอำลาการเล่นให้กับทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจบศึกฟุตบอลโลกมาไม่นาน โดยเขาได้ทำการโพสต์จดหมายลงแอคเคาต์อินสตาแกรมส่วนตัวของเขาถึงความลำบากในเรื่องของการโดนเหยียดเชื้อชาติจากแฟนบอลทีมชาติเยอรมัน และเหมือนกลายเป็นแพะรับบาปกับการที่แชมป์เก่าฟุตบอลโลกต้องตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ทำให้เขาประกาศรีไทร์การเล่นให้กับทีมชาติไปแล้ว ซึ่งหากมองข้ามประเด็นเรื่องดราม่าต่างๆ ไป ผลประโยชน์ในการเลิกเล่นทีมชาติของเพลย์เมคเกอร์รายนี้จะตกอยู่กับอาร์เซน่อล ต้นสังกัดปัจจุบันของเขานั่นเอง เนื่องจากด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เขาไม่ได้ฟิตเหมือนสมัยหนุ่มๆ และเขาจะได้พักมากขึ้นทันทีในช่วงที่มีพักเบรคทีมชาติในช่วงวันฟีฟ่า เดย์ต่างๆ ซึ่งเขาจะได้พักประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้งเลยทีเดียว และยังทำให้ดาวเตะวัย 29 ปีจะได้ตั้งเป้ากับการทำผลงานให้ดีกับสโมสรอย่างเดียวด้วย ไม่ต้องไปพะวงกับการกลัวว่าจะไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอีกแล้ว

ในส่วนของการลงเล่นให้กับสโมสร ฤดูกาลนี้เมซุต โอซิลจะต้องมาปรับบทบาทการเล่นของเขาใหม่อีกครั้ง จากการเข้ามาคุมทีมของอูไน อเมรี่ กุนซือวัย 46 ปีที่มีข่าวว่าเขาอยากร่วมงานกับโอซิลมาตั้งนานแล้วด้วย ทำให้เขาน่าจะปรับจูนกับกุนซือคนใหม่ได้ไม่ยาก หลังจากฤดูกาลที่แล้วเขาเริ่มเป๋ออกนอกทะเลไปบ้างในก่อนที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาฉบับสุดท้ายของเขาในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมแล้วด้วย เพราะหากถึงตอนนั้นเขาจะอายุประมาณ 32 ปีเลยทีเดียว ซึ่งสัญญาฉบับนี้เขาได้ทะลายกำแพงค่าเหนื่อยของอาร์เซน่อลลงอย่างราบคาบ โดยได้รับถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว และมากเป็นอันต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกด้วย

ฤดูกาลนี้เมซุต โอซิลจะเปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข 10 แทนที่แจ็ค วิลเชียร์ที่ย้ายออกจากทีมไป หลังจากเขาใส่หมายเลข 11 มาโดยตลอดตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งที่ถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม และจะยังไปได้เป็นหัวใจสำคัญในยุคของอูไน อเมรี่อีกด้วย ซึ่งเขาจะได้ทำเกมอยู่ด้านหลังคู่กองหน้าของทีมอย่างปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง และอเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ซึ่งจากที่ผ่านมา 5 ฤดูกาลเขาสามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูไปแล้วกว่า 50 ครั้ง ซึ่งถือเป็นนักเตะที่ใช้เวลาน้อยที่สุดด้วยในการทำแอสซิสต์ได้เท่านี้