การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมหลังจากจบฤดุกาลที่แล้ว ก็คือการที่อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” ที่เขานั่งกุมบังเหียนมานานกว่า 23 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนายใหญ่ของถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม นับตั้งแต่ปี 1996 ที่อาร์เซน เวนเกอร์เข้ามารับตำแหน่งกุนซือ ซึ่งตอนนั้นรังเหย้าของทีมยังเป็นสนามไฮบิวรี่อยู่เลย

คนที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมแทนกุนซือชาวฝรั่งเศสก็คืออูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มชาวสเปนวัย 46 ปี ที่พึ่งโดนปารีส แซงต์ แชร์กแมงปลดจากตำแหน่งหลังจากจบฤดูกาลที่แล้วมาหมาดๆ โดยอดีตกุนซือเปแอสเชรายนี้มีความช่ำชองในการคุมทีมเล่นบอลถ้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกียรติประวัติของเขาคือการพาเซบีญ่าคว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้า ลีกได้ 3 สมัยซ้อน จนทำให้เขามีชื่อเสียงจนได้โอกาสคุมทีมเมืองหลวงแดนน้ำหอมเมื่อ 2 ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งการเข้ามาของอเมรี่ย่อมทำให้ความหวังของ “เดอะ กันเนอร์ส” ที่จะหวังให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จมากขึ้นตามไปด้วย เพราะแฟนฟุตบอลของอาร์เซน่อลกำลังกระหายถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างหนัก หลังจากห่างหายจากการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมาแล้วเกือบ 15 ปีเต็ม นับตั้งแต่ฤดูกาลสุดท้ายที่คว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาล 2003-2004 ในยุครุ่งเรืองของเธียร์รี่ย์ อองรี ดาวยิงตลอดกาลของสโมสร โดยแชมป์สุดท้ายที่อดีตกุนซือชาวฝรั่งเศสทำให้สโมสรได้ก็คือแชมป์เอฟเอ คัพเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน

หลังจากที่อูไน อเมรี่ เข้ามาทำงานกับทีมก็เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงทันที นั่นก็คือการเซ็นสัญญานักเตะที่อายุเกิน 30 ปีอย่างสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ แบ็คขวาจอมเก๋าที่หมดสัญญากับยูเวนตุสมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งในยุคของอาร์เซน เวนเกอร์จะไม่ทำการเซ็นสัญญากับนักเตะที่อายุเกิน 30 ปี และจะเน้นคว้าตัวนักเตะดาวรุ่งเข้ามาเสริมทีมเป็นหลัก และด้วยแนวทางที่เปลี่ยนไปทำให้เป้าหมายในฤดูกาลนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย จากที่แต่ก่อนเป้าหมายก่อนเริ่มฤดูกาลของทีมจะต้องกลับไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ แต่ตอนนี้ด้วยคู่แข่งที่มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอนนี้เป้าหมายของทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้ควรจะเป็นการพาทีมกลับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้อีกครั้งมากกว่า เพราะพลพรรค “เดอะ กันเนอร์ส” พลาดการเล่นฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปมาแล้ว 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดของสโมสรในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว