ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่เคยเป็นยอดทีมของพรีเมียร์ลีกเมื่อประมาณ 15 ปีก่อนในยุคการคุมทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ ที่เป็นเหมือนผู้สร้างทีมให้อาร์เซน่อลยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ก็ว่าได้ ซึ่งบอร์ดบริหารได้ทำการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยการยุติการคุมทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศสที่คุมทีมมาอย่างยาวนานเกิน 2 ทศวรรษออกจากทีมไป และได้ทำการแต่งตั้งอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มชาวสแปนิชวัย 46 ปีเข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งถึงแม้ว่ากุนซือรายนี้จะมีอายุที่ถือว่าค่อนข้างน้อย แต่ทว่าประสบการณ์การคุมทีมของเขากลับโชคโชน และผ่านการคุมทีมมาเกือบ 15 ปีแล้วด้วย โดยเขาได้เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลสเปนในช่วงที่คุมทีมอัลเมเรียในปี 2006 ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาคุมทีมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเขาผ่านการคุมทีมมาแล้วทั้งบาเลนเซีย สปาร์ตัค มอสโกว เซบีญ่า และทีมล่าสุดเมื่อ 2 ฤดูกาลที่แล้วอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีของประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง ซึ่งเขาก็สามารถคุมทีมคว้าแชมป์ลีก เอิงได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายของทีมในเมืองหลวงแดนน้ำหอม ทำให้เขาโดนปลดจากตำแหน่งในที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะสิ่งที่ประสบความสำเร็จที่สุดของกุนซือรายนี้ก็คือตอนที่คุมทีมเซบีญ่าในสเปนนั่นเอง ซึ่งเขาสามารถพาทีมดังจากแคว้นอันดาลูเซียคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน

ในฤดูกาลนี้อูไน อเมรี่ ต้องเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความยากลำบาก เมื่อโปรแกรมการแข่งขันจัดมาให้อาร์เซน่อลต้องเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซีในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งพวกขาก็แพ้รวดให้กับ 2 ยักษ์ใหญ่ของลีก แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาทีมก็สามารถเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อย และยังไม่แพ้ให้กับทีมไหนอีกเลยหลังจาก 2 นัดนั้น ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ยอดเยี่ยมไม่น้อยของอาร์เซน่อล โดยพวกเขายังสามารถเกาะอยู่ในกลุ่มหัวตารางได้อย่างเหนียวแน่น และยังได้ลุ้นพื้นที่ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าแบบเต็มตัวด้วย หลังผ่านฤดูกาลมาแล้วเกือบครึ่งฤดูกาล

โดยในตอนแรกพวกเขามีปัญหาในแนวรับที่เสียประตูตลอด แต่กุนซือวัย 46 ปีก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงในแนวรุกด้วย ที่พวกเขามาได้สูตรสำเร็จโดยการปรับเอาอเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสลงมาเป็นกองหน้าตัวเป้า และให้ปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง ไปยืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ซึ่งทำให้ทีมผลงานดีอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้