เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ต้องเจอกับความยากลำบาก ทั้งสถานการณ์ภายในทีม รวมถึงผลงานของทีมที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายมาหลายฤดูกาลด้วย ทำให้มีเรื่องค้างคาที่ไม่สามารถสะสางได้มาอย่างยาวนาน ซึ่งก็คือการที่พวกเขาปล่อยให้นักเตะคนสำคัญของทีมถึง 2 คนเหลือสัญญาเป็นปีสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นเอง ซึ่งก็คือเมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์ชาวเยอรมัน และอเล็กซิส ซานเชซ ปีกร่างเล็กทีมชาติชิลี ซึ่งทั้ง 2 คนถือว่าเป็นดาวเตะระดับพระกาฬของสโมสร และเป็นหัวใจในแนวรุกของทีมมาโดยตลอด 3 ปีหลัง แต่ทว่าบอร์ดบริหารของทีมกลับปล่อยให้สัญญาของนักเตะ 2 คนนี้ล่วงเลยมาจนเหลือเป็นปีสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งอย่างที่ทราบกันโดยปกติสโมสรจะไม่ปล่อยให้สัญญานักเตะล่วงเลยมาจนถึงปีสุดท้าย เพราะหากว่านักเตะไม่ยอมต่อสัญญาจนเหลือสัญญาเพียง 6 เดือน จะทำให้นักเตะเหล่านั้นสามารถไปเจรจาหาต้นสังกัดใหม่ได้อย่างอิสระ และหากสามารถตกลงกันได้จะทำให้เขาสามารถย้ายทีมหลังจากจบฤดูกาลนั้นได้โดยที่สโมสรเก่าจะไม่ได้ค่าตอบแทนแม้แต่สตางค์เดียว ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในยุคนี้ เพราะนับวันนักเตะก็ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น การที่จะเสียนักเตะออกจากทีมไปแบบฟรีๆ ถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่เสียค่าโง่เลยก็ว่าได้ แต่เมื่อฤดูกาลก่อนพวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ถึง 2 คน ซึ่งอาร์เซน่อลถือว่าแก้ไขสถานการณ์ได้แบบที่ไม่เสียหายนัก โดยได้ตกลงสัญญาฉบับใหม่กับเมซุต โอซิลได้ ส่วนในรายของอเล็กซิส ซานเชซ พวกเขาก็นำไปเล่นแร่แปรธาตุกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และคว้าตัวเฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติอาร์เมเนียมาร่วมทีมได้ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขสถานการณ์ที่ไม่เลวทีเดียว

แต่บทเรียนจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ไม่ทำให้พวกเขาหลาบจำแต่อย่างใด เมื่อในฤดูกาลนี้พวกเขาก็ยังปล่อยให้นักเตะคนสำคัญเหลือสัญญาเป็นปีสุดท้ายอีกครั้ง ซึ่งก็คืออารอน แรมซี่ย์ กองกลางคนสำคัญที่อยู่กับทีมมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะหมดสัญญาในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมในช่วงกลางปีหน้าแล้ว ซึ่งหากปล่อยไปจนถึงช่วงหลังปีใหม่ จะทำให้ดาวเตะทีมชาติเวลส์รายนี้สามารถไปเจรจากับสโมสรอื่นได้ทันที ซึ่งมีหลายทีมทีเดียวที่ให้ความสนใจอดีตนักเตะของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้รายนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดเป็นอย่างยิ่งถึง 2 ปีติดต่อกัน ของผู้บริหารของทีม “ปืนใหญ่”