มีปัญหาที่ทำให้อูไน อเมรี่ กุนซือคนใหม่ของทางอาร์เซน่อลต้องปวดหัว และหาทางแก้ปัญหาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลเลยทีเดียว เนื่องจากว่าตอนนี้ทีม “ปืนใหญ่” กำลังประสบปัญหากับการที่ไม่มีแบ็คซ้ายอาชีพพร้อมใช้งานในช่วงต้นฤดูกาลนี้เลย เนื่องจากในช่วงของการพรีซีซั่นที่ผ่านมา พวกเขาต้องมาเสียเซอาด โคลาซินัช แบ็คซ้ายทีมชาติบอสเนียที่ได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่อง และต้องพักไปถึงเดือนตุลาคมเลยทีเดียว ส่วนนาโช่ มอนเรอัล แบ็คซ้ายชาวสเปนก็ยังไม่พร้อมลงสนามช่วยทีม ทำให้ในนัดแรกของฤดูกาล อดีตกุนซือของเซบีญ่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาไอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์ ไนลส์ กองกลางดาวรุ่งขยับลงมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายจำเป็นแทน ซึ่งก็ถือว่าประครองตัวไปได้ ไม่ได้มีจังหวะพลาดเสียหาย และไม่ได้มีจังหวะที่เล่นได้โดดเด่นแต่อย่างใด แต่สุดท้ายดาวรรุ่งวัย 20 ปีกลับมาได้รับบาดเจ็บจากการเบียดปะทะกับไคลย์ วอร์คเกอร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ และทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป ทำให้อูไน อเมรี่ต้องส่งสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ แบ็คขวาตัวเก๋าชาวสวิตเซอร์แลนด์ลงมายืนเป็นแบ็คซ้ายแทน ซึ่งตลอดอาชีพของดาวเตะกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์ลนด์รายนี้เคยเล่นแต่ริมเส้นด้านขวาเท่านั้น แต่ด้วยสถานการณ์ที่บังคับเขาก็ยังทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว

ปัญหาต่อจากนี้ก็คืออูไน อเมรี่คงต้องจับเอาสเตฟาน ลีชสไตเนอร์มายืนเป็นแบ็คซ้ายชั่วคราวไปก่อน จนกว่าที่นาโช่ มอนเรอัล หรือเซอาด โคลาซินาช แบ็คซ้ายทั้ง 2 คนของทีมจะกลับมาช่วยทีมได้ ซึ่งมันทำให้เกมการเล่นของอาร์เซน่อลขาดความสมดุลย์ไปด้วย เนื่องจากการเติมเกมของลีชสไตเนอร์ทางฝั่งซ้ายจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ใช่ทางที่ถนัดของเขา ซึ่งเวลาจะเปิดบอลก็จะต้องล็อกกลับมาใช้เท้าขวาเช่นเดิม เหมือนอย่างที่แอชลี่ย์ ยัง เล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษนั่นเอง ซึ่งมันทำให้คู่แข่งจับทางได้ง่ายกว่าด้วย แต่ในส่วนของเกมรับดาวเตะวัย 34 ปีสามารถเล่นได้อย่างสบาย ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถือว่าเป็นปัญหาหนักที่เป็นบทพิสูจน์ฝีมือของอูไน อเมรี่มากเลยทีเดียว ซึ่งมันเกิดตั้งแต่ในช่วงต้นฤดูกาล อีกทั้งด้วยโปรแกรมที่ทางพรีเมียร์ลีกจัดมาก็หนักอึ้งสำหรับพวกเขาด้วย ซึ่งต้องมาดูว่ากุนซือผู้เคยพาเซบีญ่าคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกันจะมีวิธีการในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร