ในแต่ละฤดูกาลศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษจะมีการแจ้งโปรแกรมการแข่งขันล่วงหน้าของฤดูกาลต่อไปในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเกือบ 2 เดือนด้วยกัน โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจับคู่ทำโปรแกรมการแข่งขันออกมาทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งในฤดูกาลนี้โปรแกรมการแข่งขันเหมือนว่าจะทำร้ายอาร์เซน่อลมากเลยทีเดียว เนื่องจาก 5 นัดแรกของพวกเขาต้องเจอกับทีมในกลุ่มบิ๊ก 6 ถึง 2 ทีมด้วยกัน นั่นคือนัดเปิดสนามที่พวกเขาต้องเล่นในเอมิเรต สเตเดี้ยมพบกับแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนนัดที่ 2 ก็ต้องออกไปเยือนสแตนฟอร์ด บริดจ์ของเชลซีอีก ซึ่งถือว่าคอมพิวเตอร์ของเอฟเอจัดโปรแกรมได้ทำร้ายทีม “ปืนใหญ่” เป็นอย่างยิ่ง ส่วน 3 นัดต่อมาก็คือต้องเล่นในบ้านทำศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ดที่เสริมทัพได้ดีอีก ส่วนนัดที่ 4 และ 5 คือการต้องออกไปเยือนคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และนิวคาสเซิ่ล ยูไนแต็ด ซึ่งก็ถือว่าเริ่มเบาลงในช่วง 2 นัดหลังสุด แต่ว่า 3 นัดแรกนั้นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากของแฟนบอล “เดอะ กันเนอร์ส” อย่างแน่นอน

หลังจากที่ต้องเห็นโปรแกรมในช่วงต้นฤดูกาลแล้ว ก็ต้องมาลุ้นกันอีกเนื่องจากอาร์เซน่อลมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งกุนซือจากอาร์เซน เวนเกอร์มาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการย้ายมาคุมทีมในอังกฤษเป็นครั้งแรก และภาษาของเขาก็ยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำให้การสื่อสารกับลูกทีมนั้นมีปัญหาอย่างแน่นอนในช่วงต้นของฤดูกาล และยังต้องใช้เวลาในการวางระบบการเล่นของทีมใหม่ด้วย อีกทั้งยังต้องมีนักเตะใหม่ที่ทีมซื้อเข้ามาซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวด้วยเช่นกัน ทำให้ช่วงแรกๆ ของฤดูกาลอาจจะยังไม่ลงตัวอยู่บ้าง หากว่าพวกเขาถูกจัดโปรแกรมให้เจอกับทีมที่อ่อนกว่านี้เสียหน่อยก็อาจจะทำให้พวกเขาเอาตัวรอดไปได้ก็ได้ แต่นี่กลับต้องมาเจอกับทีมที่มีระบบการเล่นเป็นเลิศที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่นัดแรก ซึ่งผลการแข่งขันก็ออกมาอย่างที่เห็นเมื่อต้องแพ้ให้กับทีม “เรือใบสีฟ้า” แบบสบาย 0-2 ด้วยรูปเกมที่เป็นรองแบบชัดเจนด้วย ทำให้กุนซือคนใหม่ของทีมจะต้องประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากทันที เนื่องจากการแพ้ในบ้านตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอน และรูปเกมก็เรียกว่าสู้ไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกเข้าใส่แทบจะตลอด ซึ่งอาร์เซน่อลก็มาบุกได้บ้างตอนถูกนำไปแล้ว 0-2